OVERVIEW

"มิชลินมัลติไลฟ์" คือนวัตกรรมเพื่อการจัดการยางอย่างมีคุณภาพ เริ่มจากการคิดค้นเพื่อออกแบบ ไปจนถึงทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต และการทดสอบ ผลิตภัณฑ์และบริการยางหลายชีวิตของมิชลินมอบประสบการณ์ความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการยางอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานสูงสุด ตลอดทุกชีวิตทั้งยางใหม่ การเซาะร่องดอกยาง และยางหล่อมิชลินรีเทรท

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

คุณประหยัดยางได้หนี่งเส้นทุกๆการเซาะร่องดอก 4 เส้น การเซาะร่องดอกยางหนึ่งเส้นเมื่อดอกยางสึกเหลือ 3-4 มิลลิเมตร และยางถูกถอดออกอย่างปกติ จะช่วยยืดอายุยางให้ใช้งานได้อีก 25% เทียบกับยางใหม่มิชลิน

โครงยางมิชลิน

โครงสร้างถูกออกแบบและผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีระดับสูง จากสถาบันวิจัยและพัฒนาของมิชลินในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย ซึ่งทำให้โครงยางมีแข็งแกร่งให้ความปลอดภัยสูงสุดตลอดการใช้งาน

วิธีการของมิชลินมัลติไลฟ์

Scenario 1
New Tyre Only (One Life)
อายุการใช้งานรวม 100% ต้นทุนรวม 100%
ต้นทุนต่อกิโลเมตร : 1.00
Scenario 2
One Regroove + One MICHELIN Retread
อายุการใช้งานรวม 215% ต้นทุนรวม 145%
ต้นทุนต่อกิโลเมตร : 0.67
Scenario 3
Two MICHELIN Retread
อายุการใช้งานรวม 280% ต้นทุนรวม 180%
ต้นทุนต่อกิโลเมตร : 0.64
Scenario 4
อายุการใช้งานรวม 305% ต้นทุนรวม 185%
ต้นทุนต่อกิโลเมตร : 0.61

REGROOVE

ยางบรรทุกและรถโดยสารมิชลินถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเป็นยางหลายชีวิต นั่นคือ สามารถนำไปเซาะร่องและหล่อดอกได้

อายุการใช้งานยาวนาน ประหยัดยางเท่ากับ 1 เส้นทุกๆ 4 เส้น !!

การเซาะร่องดอกยางควรทำเมื่อดอกยางมีความลึกเหลือ 3-4 มิลลิเมตร และยางถูกถอดออกอย่างปกติ การเซาะร่องดอกทำให้ยางใช้งานได้นานได้อีก 25%

ปลอดภัยด้วยการยึดเกาะถนนจากร่องดอกยางที่เซาะใหม่

การเซาะร่องดอกยางมุ่นเน้นฟื้นฟูการยึดเกาะถนนให้ดีขึ้น ด้วยร่องดอกยางจากการเซาะใหม่ที่ลึกถึง 4 มิลลิตเมตร เทียบกับความลึกเดิมของยางใหม่

ลดการสิ้นเปลืองพลังงานและยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

การเซาะร่องดอกยางควรทำเมื่อยางอยู่ในช่วงที่มีแรงต้านการหมุนต่ำที่สุด เนื่องมาจากความตื้นและคงตัวของดอกยางที่มากขึ้น รวมถึงแรงต้านการหมุนที่ต่ำ ซึ่งคือการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ลดการใช้วัตถุดิบเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

โดยการเพิ่มเนื้อยางเข้าไป 5% ยางมิชลินที่เซาะร่องดอกยางแล้วจะใช้งานได้อีก 25% ซึ่งหมายถึงสามารถช่วยลดปริมาณการใช้วัตถุดิบลงถึง 16% เทียบกับการใช้ยางใหม่เพียงอย่างเดียว

RETREAD

มิชลิน รีเทรท นวัตกรรมคืนชีวิตใหม่ให้กับยางมิชลินของคุณ


มิชลิน รีเทรทบนโครงยางมิชลิน คืนชีวิตใหม่ให้กับยางของคุณ ได้ประสิทธิภาพ 90% เมื่อเทียบกับยางใหม่แต่ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก การหล่อดอกยางของมิชลินรีเทรท คือความชำนาญพิเศษในด้านเทคนิคที่ทำให้โครงยางมิชลินกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง ราวกับเพิ่งออกมาจากโรงงานยางใหม่


     ช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องยาง !

    

     ช่วยลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตยาง




ลดต้นทุน

คงประสิทธิภาพที่เหนือชั้นด้วยเวลาที่ยาวนานกว่า ช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร และประหยัดน้ำมันเมื่อเทียบกับยางหล่อทั่วไป

 

เชื่อถือได้และปลอดภัยยิ่งขึ้น

จากประสบการณ์ 90 ปี ในการหล่อดอก มั่นใจได้ในกระบวนการหล่อและคุณภาพระดับสูง อีกทั้งยังมีการตรวจสอบโครงยางอย่างพิถีพิถัน กรรมวิธีการซ่อม รวมทั้งสูตรเนื้อยางเดียวกันกับยางใหม่ เกิดความร้อนน้อยขณะวิ่งใช้งาน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คุณภาพของมิชลินรีเทรทสมบูรณ์สูงสุด

 

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การนำโครงยางกลับมาใช้ใหม่อีกหลายครั้งช่วยลดปริมาณยางทิ้ง รวมถึงช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยจากเครื่องยนต์ตามค่าแรงต้านการหมุนของยางที่ต่ำลง

 

มิชลิน 90 ปี จากประสบการณ์ในการหล่อดอก

กระบวนการหล่อดอกด้วยความร้อนต่ำของมิชลิน เป็นกระบวนการที่ดีที่สุด รวมถึงเลือกสรรเฉพาะวัตถุดิบของมิชลินร่วมกับเทคโนโลยีชั้นสูงที่จะทำให้ได้ยางหล่อที่สึกช้าที่สุด


REPAIR

เตรียมความพร้อมก่อนลงมือซ่อม


คำนึงถึงความปลอดภัยในการปะซ่อมยาง



  • ตรวจสอบก่อนเสมอว่ามีข้อกำหนดหรือมาตราฐานจากหน่วยงานภาครัฐสำหรับการปะซ่อมยางหรือไม่ และเป็นอย่างไร
  • ปฏิบัติตามขั้นตอนในคู่มือนี้อย่างละเอียดทีละขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของการปะซ่อมยาง
  • การปะซ่อมยางควรทำโดยผู้ที่มีความชำนาญและได้รับการฝึกอบรมมาแล้วเท่านั้น
  • อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลต้องถูกสวมใส่ขณะซ่อมยาง เช่นแว่นเซฟตี้ ถุงมือ หน้ากาก ชุดป้องกัน
  • ผลิตภัณฑ์และวัสดุที่ใช้ในการปะซ่อมควรมาจากผู้ผลิตเดียวกันเพื่อให้มั่นใจว่าจะเข้ากันได้ดีในกระบวนการอบยาง
  • ห้ามเติมลมยางที่มีสัญญาณแสดงความเสียหายจากความร้อน หรือลมอ่อนวิ่งบด

เครื่องมือสำหรับปะซ่อมแผลตะปูตำ

เครื่องมือสำหรับการตรวจสอบ

  1. ชอร์คเขียนยาง
  2. คีมถ่างยาง
  3. เหล็กแหลม
  4. ถุงมือ
  5. แว่นเซฟตี้
  6. ไม้บรรทัดเหล็ก
  7. แผ่นพลาสติกของมิชลิน สำหรับกำหนดขนาดและวัดมุมเพื่อปะซ่อม
fancyImage

เครื่องมือสำหรับการปะซ่อม

  1. เครื่องขูดท้องยาง
  2. หัวขัดความเร็วต่ำ (2,500-5,000 รอบต่อนาที)
  3. ตัวแปลงสำหรับดอกสว่านคาร์ไบด์
  4. ดอกสว่านคาร์ไบด์ (ขนาด 6, 8 และ 10 มม.)
  5. หัวเจียร์ยางทรงกลม 36 กริท



  1. แปรงลวดหมุน
  2. เกลียวหยอดซีเมนต์
  3. ลวดดึงดอกปะ
  4. มีด
  5. คีมจับ
  6. คีมตัด
  7. เครื่องดูดฝุ่น
  8. ตัวรีด


แผ่นพลาสติกของมิชลินสำหรับกำหนดขนาดและวัดมุมเพื่อการปะซ่อม



แผนผังแสดงข้อจำกัดในการปะซ่อมแผลตะปูตำ

1 พื้นที่บริเวณหน้ายางที่ปะซ่อม

( ตำแหน่งแผลตะปูตำต้องอยู่ในพื้นที่ 80% ของความกว้างหน้ายาง)
เส้นผ่าศูนย์กลางของแผลตะปูตำมากที่สุดที่สามารถซ่อมได้ คือ 100 มม.*
แผนที่กว้างกว่า 10 มม. หรืออยู่นอกเหนือพื้นที่หน้ายางที่กำหนดนี้จะต้องปะซ่อมด้วยวิธีซ่อมแผ่นยางด้วยการอบร้อน หรือ ที่เรียก Section Repair


2 พื้นที่ควรระวังในการปะซ่อม

*ตำแหน่งของแผลตะปูตำที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 มม. บนหน้ายางที่สามารถซ่อมได้จะลดลงจาก 80% เป็น 70% ของความกว้างหน้ายาง

3 พื้นที่บริเวณไหล่ยางประมาณ

≃ 25 – 40 mm (ขึ้นกับขนาดยาง)

4 พื้นที่บริเวณแก้มยาง

ปรึกษาผู้แทนจำหน่ายยางมิชลินหรือผู้แทนขายมิชลิน

5 พื้นที่บริเวณลวดขอบยาง

ห้ามทำการซ่อม!
วัดจากล่างสุดขึ้นมา 75 มม. จากลวดขอบยางทั้งด้านในและด้านนอก